ความรักอมตะนิรันดร์กาลของชีวิตคู่ของ "ต้วนกุ้ยซิ่ว" กับ "หวังจินฉาง" มีช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันจริง ๆ ไม่ถึง 20 วัน

 ชีวิตคู่ของ "ต้วนกุ้ยซิ่ว" กับ "หวังจินฉาง" มีช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันจริง ๆ ไม่ถึง 20 วัน


ทั้งคู่เติบโตมาด้วยกันในหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่อำเภออวี๋ตู มณฑลเจียงซี ก่อนจะแต่งงานกันในปี 1932 แต่ไม่ทันไร หวังจินฉางก็ตัดสินใจเข้าร่วมกองทัพแดง

ก่อนออกจากบ้าน ชายหนุ่มถอดเสื้อตัวเก่าที่สวมอยู่ พับส่งให้ภรรยาเก็บไว้เป็นของดูต่างหน้า พร้อมยื่นเงินทั้งหมดที่มีติดตัวให้เธอ แล้วทิ้งคำสัญญาไว้ว่า

"ฉันจะกลับมาในอีก 3–5 ปี ดูแลคนในบ้านให้ดี แล้วรอฉันนะ"

ตอนนั้นทั้งคู่คงคิดว่าเป็นเพียงการพรากจากกันชั่วคราว ไม่มีใครรู้เลยว่าคำสัญญาสั้น ๆ ในวันนั้น จะกลายเป็นสิ่งที่ผู้หญิงคนหนึ่งยึดถือไปเกือบตลอดชีวิต

หลังสามีออกจากบ้าน ชีวิตของเธอก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

ต้วนกุ้ยซิ่วต้องกลายเป็นเสาหลัก คอยดูแลแม่สามีและน้องชายของสามีที่ยังเป็นเด็ก ท่ามกลางความอดอยากและสงครามที่ยืดเยื้อ ทั้งช่วงการเดินทัพทางไกล (Long March) และสงครามต่อต้านญี่ปุ่น

บางช่วงที่ไม่มีกิน แม่สามีถึงกับต้องออกไปขอทาน ส่วนเธอก็รับจ้างทำงานหนักสารพัด ทั้งแบกหินปูนและถ่านหินที่มีน้ำหนักร่วม 50 กิโลกรัม เที่ยวแล้วเที่ยวเล่า

คนรอบข้างเคยเกลี้ยกล่อมให้เธอเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่กุ้ยซิ่วปฏิเสธ เพราะยังจำคำสัญญาของสามีได้ดี

เธอนับวันรอ จากสามปีเป็นห้าปี แล้วค่อย ๆ ผ่านไปจนกลายเป็นสิบปี

กระทั่งปี 1949 เมื่ออำเภออวี๋ตูได้รับการปลดปล่อยจากฝ่ายก๊กมินตั๋ง เธอกับครอบครัวเดินเท้าเป็นระยะทางหลายสิบกิโลเมตรเข้าไปในตัวเมือง เพื่อต้อนรับขบวนทหารที่เดินทางมาถึง

เธอหวังว่าในบรรดาทหารเหล่านั้น อาจมีสามีของเธอกลับมาด้วย แต่จนขบวนสุดท้ายผ่านไป ก็ยังไร้เงาของคนที่เธอเฝ้ารอ

ความจริงที่เธอไม่อยากได้ยินมาถึงในปี 1953 เมื่อเจ้าหน้าที่นำใบรับรองสถานะ "วีรชนผู้เสียสละ" ของหวังจินฉางมามอบให้ที่บ้าน

เอกสารระบุว่า เขาเสียชีวิตที่มณฑลฝูเจี้ยนตั้งแต่ปี 1934 หรือเพียงสองปีหลังจากออกจากบ้านไป

กุ้ยซิ่วยากที่จะทำใจยอมรับ เธอเก็บเอกสารฉบับนั้นไว้ แต่ลึก ๆ ก็ยังอดหวังไม่ได้ว่าสามีอาจยังมีชีวิตอยู่ที่ไหนสักแห่ง

เวลาผ่านไป แม่สามีเสียชีวิตในปี 1960 ส่วนน้องชายของสามีก็เติบโตและแยกไปสร้างครอบครัวของตัวเอง บ้านหลังเดิมจึงเหลือเธออยู่เพียงลำพัง

ถึงอย่างนั้น เธอก็ไม่ยอมย้ายไปไหน เพราะยังกลัวว่าวันหนึ่งหวังจินฉางกลับมาแล้วจะไม่พบเธอ

ต่อมาในปี 1965 เธอรับลูกชายวัย 9 ขวบของน้องชายสามีมาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม เพื่อให้ครอบครัวของสามียังคงมีคนสืบสกุล เธอทำงานหาเลี้ยงเด็กชายและดูแลบ้านหลังนั้นต่อไป

เวลาล่วงเลยไปจนถึงปี 2019 ในวัยกว่า 100 ปี ต้วนกุ้ยซิ่วได้รับโอกาสให้ไปตามหาชื่อสามีที่อนุสรณ์สถานกองทัพแดงในอำเภออวี๋ตู

ในวันแรกเธอหาชื่อเขาไม่พบ วันรุ่งขึ้นเธอยืนยันขอให้เจ้าหน้าที่พาไปหาอีกครั้ง จนในที่สุดก็พบชื่อ "หวังจินฉาง" สลักอยู่บนกำแพง

หญิงชราค่อย ๆ ยื่นมือไปสัมผัสร่องตัวอักษรนั้น ก่อนจะร้องไห้ออกมา

คนที่เธอเฝ้ารอมาตลอดชีวิต ไม่มีวันกลับมาอีกแล้วจริง ๆ

สองปีต่อมา ในวัย 103 ปี ต้วนกุ้ยซิ่วมีโอกาสเดินทางไปกรุงปักกิ่งเป็นครั้งแรก เธอได้เห็นจัตุรัสเทียนอันเหมินและอนุสาวรีย์วีรชนประชาชนด้วยตาตัวเอง

เมื่อเล่าถึงการเดินทางครั้งนั้น เธอพูดถึงสามีด้วยรอยยิ้มว่า

"ถ้าพี่จินฉางได้มาเห็นประเทศตอนนี้ก็คงดี... ถือว่าฉันมาใช้ชีวิตและดูโลกแทนเขาก็แล้วกัน

เธอได้เห็นโลกเปลี่ยนแปลงไปมากมาย แต่คนที่เธออยากให้มายืนอยู่ข้าง ๆ กลับไม่มีโอกาสได้เห็นสิ่งเหล่านั้นด้วยกัน

กระทั่งในปี 2026 ทีมงานร่วมกับอดีตทหารผ่านศึกได้นำเทคโนโลยี AI มาสร้างตัวตนดิจิทัลของหวังจินฉาง โดยอาศัยภาพถ่ายและเรื่องราวในอดีตของเขา

เมื่อภาพชายหนุ่มในความทรงจำปรากฏขึ้นบนหน้าจอ พร้อมเอ่ยทักว่า

"กุ้ยซิ่ว... ฉันเอง!"

หญิงชราจ้องมองภาพนั้น ก่อนจะถามกลับด้วยเสียงสั่นเครือ


"ฉันเอง... กุ้ยซิ่ว พี่จินฉางจริง ๆ เหรอ? ฉันรอพี่มาเกือบทั้งชีวิตแล้วนะ"


ตลอด 30 นาทีของการพูดคุย ภาพจำลองของสามีกล่าวขอโทษที่ไม่สามารถกลับมาได้ตามสัญญา พร้อมบอกให้เธอใช้ชีวิตที่เหลืออย่างมีความสุข


ส่วนกุ้ยซิ่วก็ได้พูดสิ่งที่เก็บไว้ในใจมาเกือบตลอดชีวิต


"ฉันรอพี่มาตลอดชีวิต ไม่เคยผิดสัญญา... และฉันก็รักษาครอบครัวของเราไว้ได้แล้วนะ"

เรื่องราวของเธอยังถูกนำไปสร้างเป็นตัวละคร "อิงกู่" ในละครเวทีประวัติศาสตร์เรื่อง The First Crossing of the Long March 

ขณะที่สำนักข่าวซินหัวได้บันทึกเรื่องราวของเธอไว้ในฐานะ "ภรรยาหม้ายคนสุดท้ายของวีรชนกองทัพแดง" ในพื้นที่ฐานที่มั่นปฏิวัติเจียงซีใต้

วันที่ 23 สิงหาคม 2026 ต้วนกุ้ยซิ่วจากไปอย่างสงบที่บ้านเกิด ในวัย 108 ปี

เธอเคยมีเวลาอยู่กับสามีไม่ถึง 20 วัน ก่อนจะต้องใช้ชีวิตต่อมาอีก 94 ปีโดยไม่มีเขาอยู่ข้างกาย

หวังจินฉางไม่เคยได้กลับมาตามคำสัญญา 

แต่เสื้อเก่าที่เขาฝากไว้ ความทรงจำในวันแต่งงาน และชื่อของเขาบนกำแพงอนุสรณ์ ยังคงอยู่กับเธอจนถึงวันสุดท้าย

ความรักของทั้งคู่จึงเป็นอมตะนิรันดร์กาลของผู้หญิงคนหนึ่งที่รอคนรักมาจนชั่วอายุขัยนี่คือความรักอมตะที่แท้จริง...

อ้างอิง: Xinhua, People's Daily, Jiangxi Daily

บทความที่ได้รับความนิยม

รายการบล็อกของฉัน

blog

 hellomanman  happy-topay  invite-buying
 men-women-apparel diarylovemanman news-the-world
 homemanman alovemanman
 menmen-love
 ghost-in-manman  U.F.O.manman 3d-viera
foodmanman  flowermanman herbs-in-manman
devilmanman herbs-in-manman manman clip